| สวัสดีครับ |
หายไปนานเลยจริงๆ คราวนี้ต้องขออภัยมากๆน่ะครับ เพราะงานถ่ายแบบเยอะจริงๆ d(>x<)b ล้อเล่นครับ เนื่องจากว่า ตอนนี้ได้รับหน้าที่เป็น ประธานนักเรียนของโรงเรียนเลยกำลังยุ่งนิดหน่อยครับ (แต่ครูจอมแอบมาทักบ่อยๆ ว่าส่งบทความได้แล้ว) เอิ๊กๆๆ เดี๋ยวนี้ผมอยู่ ญี่ปุ่นได้ชื่อมาใหม่แล้วน่ะครับ ชื่อว่า “ซองมิน” เพราะว่าเริ่มเข้าวงการชื่อภาษาไทยที่นี้เรียกยาก 5555+ เอาหล่ะครับ เข้าเรื่องเลยดีกว่าโน่ะ งั้นขอรายงานย้อนหลังตั้งแต่สิงหาคมปี ๒๕๕๒ เลยแล้วกั |
| เดือนสิงหาคม |
| เดือนนี้ผมได้กลับเมืองไทยหล่ะครับ |
| เดือนนี้ผมบินจากญี่ปุ่นไปเมืองไทยคนเดียวเลย ไปอยู่กับที่บ้านได้เกือบเดือนเต็มๆเลยหล่ะครับ แม้ว่าจะอยู่กรุงเทพไปนานกว่าก็เหอะ เหอๆ แต่ว่าเพื่อนๆ น้องๆ บางคนคงอาจจะเห็น ซอง ตอนอยู่นครแล้วบ้างน่ะครับ ด้วยสีเสื้อผ้า และแนวแต่งตัวแต่ละตัว “เจิ่ด” ทั้งนั้น ห้าห้า พอผมถึงนครได้ก็วันอาทิตย์แล้ว แล้วผมก็ไปโรงเรียนตอนวันจันทร์เลย พร้อมกับเพื่อนสมัยตอนเรียน ม.๓ ด้วยกันถ้าใครเห็น ผู้ชายที่เอาฝอยขัดหม้อมาโรงบนหัว นั้นแหละๆ คนนั้นเลยหล่ะครับ (รู้สึกผู้ถึงมันบ่อยมากน่ะเนี่ย บอร์ดที่แล้วก็มีมัน) มันคือ เจ้า บอส ฟูเกียรติ นวลศรี เองหล่ะครับ ห้าห้า พอไปถึงโรงเรียน เราต้องเดินแบบเจิ่ดๆ ไปตอนเพื่อนเคารพธงชาติกัน เพราะได้จะได้เป็นการเปิดตัวของการมาเยือนของดาราเกาหลี กับ staff อีกคนหนึ่ง เพื่อเปิดเผยการมาเยือน ก๊ากๆๆ พูดเล่นครับ พอมาถึงก็ไปกราบสวัสดี ผอ.เป็นท่านแรก แล้วก็ไปสวัสดีอาจารย์หลายๆคนที่เคยสอนผมตอนอยู่ มัธยมต้น แล้วก็อยู่กับเพื่อนๆที่แสนคิดถึงไม่ได้เห็นหน้ากันเป็นปี ก่อนที่เพื่อนทุกคนของผมจะกระจัดกระจายไปตามมหาลัยต่างๆเสียก่อน ผมเลยใช้เวลาอยู่กับเพื่อนนานมากอยู่ครับ ขอบคุณวันดีๆน่ะ (^w^)แล้วผมก็ใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวครับ ไปเมืองไทยครั้งนี้สนุกมากเลยครับผม |
| เดือนกันยายน |
เดือนนี้อ่ะ เรื่องเยอะ แต่มีแต่เรื่องดีๆ โชคดีจัง ห้าห้า แล้วก็เดือนเกิดด้วยหล่ะสิครับ เดือนนี้เมื่อเปิดเทอม เพื่อนๆก็ตกใจกันเพราะว่าผมตัดผมทรง นักเรียนไทยไป (เกือบเกรียน ก็แม่ตัดให้ง่า >O<”) แล้วก็สอบตอนเปิดเทอมกันหล่ะครับ โรงเรียนของผมมีสามภาคเรียนครับ มีสอบสามครั้งใหญ่ๆ ทุกๆสามภาคเรียน คือ ก่อนเรียน กลางเรียน และ สอบมิดเทอม แต่สอบครั้งนี้ผมได้ ที่ 1 (คะแนนเฉลี่ยทุกวิชา) เลยน่ะ ชนะเลิศ แม้ว่า วิชาภาษาญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นเค้าเรียนกัน ผมจะไม่ได้ที่หนึ่ง แต่ก็ได้ ที่ 3 มา (ข้อเขียนๆ) อ่ะโหะๆ แต่ซองมินแทบกระอักเลือด เรียนมาเยอะมาก |
| สอบเสร็จอาจารย์ก็ได้ให้ผมออกงาน speech contest ;(topic)how we can do to protect our earth –ขององค์กร Unesco ระดับจังหวัด ราวๆกลางเดือนกันยายนได้ครับ ผมซ้อมเพื่องานนี้มา สามเดือนรวด กับการแข่ง พูดเรื่องนี้ครับ และแน่นอน ผมต้องแข่งกับเด็กญี่ปุ่นทั่วไปอยู่แล้ว โดยมีแต่ภาษาญี่ปุ่นตลอด สคริป ครับ แล้วผมก็ได้รางวัล รองชนะเลิศอันดับหนึ่งมาครับ โดยหัวข้อที่ผมใช้คือ (แปลไทย) ความต่างของการศึกษาญี่ปุ่นกับไทย (เข้ากับหัวข้อเรื่องอยู่น่ะครับ คือเนื่อเรื่องคือ ผู้ที่ไร้การศึกษาส่วนใหญ่จะโดนฉ้อโกง เราต้องปกป้องพวกเค้า โดยให้การศึกษาที่พยุงตัวได้) แล้วพอผมได้รางวัล อาจารย์ประจำชั้นผมก็ดีใจด้วยกันใหญ่ (อยากดูรูป บอร์ดที่แล้วมีน่ะครับ) เลยพาผมไปเลี้ยงซูชิ อย่างหรู v(OwO)v แล้วก็คุยเรื่องตอนแข่งขันไปแข่งขันมา ผมก็เลยเปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องการเรียนต่อของมหาลัยของผมให้อาจารย์แนะนำให้หน่อย ก็ผมนึกไม่ถึงเลย ว่าอาจารย์จะเตรียมมาแล้ว อาจารย์เอากระดาษอะไรไม่รู้เป็นบึกเลยออกมาจากกระเป๋า แล้วอาจารย์ก็บอกผมว่า อาจารย์ก็กะจะคุยเรื่องนี้วันนี้เหมือนกัน (หน้า อาจารย์ซีเรียส) ทำไมเราต้องคุยเรื่องเรียนมหาลัยกับอาจารย์เป็นพิเศษด้วย ผมขออธิบายน่ะครับ |
| เนื่องด้วยว่าผมอยากเรียนต่อ มหาลัยที่นี้ แล้วอยากได้มหาลัยดีๆด้วยครับ ทางญี่ปุ่นก็คล้ายๆกับประเทศไทยคือ มีสอบคล้ายๆแอดมิดชั่นแบบก่อน แต่ที่นี้เรียกว่าสอบ เซ็นเตอร์ ครับ แล้วการสอบก็จะแบ่งเป็น สอบเข้า มหาลัยเอกชน สามวิชา (แล้วแต่คณะว่าต้องการให้สอบวิชาอะไร) มหาลัยรัฐบาล ห้าวิชา(ขึ้นอยู่กับคณะที่จะเรียนเหมือนกันครับ) แต่เอกชนที่นี้ก็ไม่ได้มีตังแล้วจะเข้าได้ง่ายๆเหมือนเมืองไทยน่ะครับ สอบก็ยาก เลเวลก็สูงอยู่ครับ ถึงแม้ว่าจะมีการเข้ามหาลัยแบบพิเศษ คือ ทำฐานะเป็นนักเรียนต่างชาติแล้วสอบเข้าแบบนักเรียนต่างชาตินั้นก็จริง แต่เนื่องด้วย ผมเนี่ยมาเรียนที่ญี่ปุ่น ตอนม.ปลาย ทางที่นี้เค้าจะถือว่าจบการศึกษาจาก มัธยมปลายที่นี้ ฉะนั้นมีกำลังพอที่จะสอบ แอดมิดชั่นได้ เลยต้องสอบแบบเดียวกับเด็กญี่ปุ่น |
| คิดดูซิค้าบบบบ ถ้าคนต่างชาติมาเรียน ที่ม.ปลายสอง สาม ปี หลักสูตรเหมือนเด็กไทยเปี๊ยะ เค้าจะไปทำวิชา ภาษาไทย บางเอ่ย สังคมศึกษา บางเอ่ย จะได้คะแนนซักเท่าไรเชียว ถ้าเทียบกับเด็กไทยธรรมดา (T^T) ผมก็ตกอยู่ในสถานะแบบนี้หล่ะครับเพราะฉะนั้นผมกับ อาจารย์ประจำชั้น ก็เลยต้องมาคุยกันเป็นการพิเศษหล่ะครับ อาจารย์ก็บอกผมว่า นอกจากสอบแอดมิดชั่นธรรมดาแล้วเนี่ย ทางมหาลัยเอกชนก็จะมีการสอบสัมภาษณ์ ข้อเขียน และความสามารถพิเศษอยู่ ให้ไปสอบทางนี้ดีกว่า ก็ปรึกษากันไปมา เพราะว่าผมเนี่ย นอกจากภาษาไทยแล้วทำอ่ะไรไม่เป็นเลยถ้าไม่รวมการพูดมาก ถ้าเปรียบเทียบกับเด็กญี่ปุ่น ก็เป็นกังวลอีก ว่าจะเอาอะไรไปสู้เค้า อาจารย์เลยบอกให้ผมสร้างผลงานตอนอยู่มัธยมปลายนี้แหละ อย่างเช่น สอบ Toeic, Toelf สอบให้ได้ระดับสูงๆของ ภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ บ้าง แล้วอยู่ดีๆอาจารย์ก็พูดขึ้นมาว่า “(แปลไทย) ต้องเป็นประธานนักเรียน!” รับรองผลงานพุ่งสูงกว่าคนอื่นแน่ๆ (ที่ญี่ปุ่นประธานอ่ะไรก็แล้วแต่ ตำแหน่งแม้แต่นักเรียนมีคนนับถือสุดยอดจริงๆเลยน่ะครับ) ผมก็บอกกับอาจารย์ว่า “ตกลงครับ” ผมต้องสู้ตายๆๆ หลังจากคุยวันนั้น สิบสองวันให้หลัง (เร็วมาก) มีการเลือกประธานนักเรียนคนใหม่ขึ้นทันที มีคนสมัครสองคนคือผม และอีกคน เป็นคู่แข่งที่หน้ากลัวมากครับ เพราะเค้าเป็นเด็กคลับเบสบอล ฐานเสียงก็เยอะ เป็นกรรมการนักเรียนมา สองสมัยติดแล้ว ปีนี้จะมาเป็นประธานนักเรียน ผมก็หวั่นๆกลัวไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้อาจารย์ก็เขียนบทปราศัย คำพูดดีๆให้ผมฝึกซ้อมไว้ตอนหาเสียงให้หอประชุม |
| ก็ผมใช้เวลาในสิบกว่าวันนี้แหละครับ ซ้อมอย่างมาก แล้วก็พูดได้อย่างแม่นและผ่านไปได้ด้วยดีในวันจริง แต่ ก่อนหน้านั้น เด็กคลับเบสบอลนี้แอบมาแกล้ง เล็งผมอยู่บ่อยๆเหมือนกัน (น่ากลัว) (เหมือนตัวพระไงม่ะรู้ ฮ่าฮ่า) แต่วันจริง เด็กคลับเบสบอลไม่ได้ซ้อมอ่ะไรมาเลย มากุกๆกักๆหน้าไมค์ แล้วก็ลงมา ทำตาน่ากัวใส่ผม ยิ้มมุมปาก (ร้ายแรง) และก็ลงคะแนนกัน (ที่นี้เวลาเลือกประธานหรือกรรมการนักเรียน จะเลือกเป็นคนน่ะครับ ไม่เลือกเป็นชุด) เด็กนักเรียนโรงเรียนผม ราวๆ 850 คน ผมได้คะแนนมาถึง 600 กว่าเสียง ชนะโด่งเลยครับ (เป็นไปได้ยังไง) แล้วก็มีการจัดการมอบประธานนักเรียนคนใหม่ ผมก็หันไปเจอหน้าอาจารย์ประจำชั้นพอดี หน้าอาจารย์ดูมีความสุขมากเลยครับ ^^ ถ้าไม่ได้อาจารย์ดันผมก็คงไม่ได้นั้นแหละผมทราบ ขอบคุณน่ะครับ ผ่านวันนั้นมาก็วันเกิดผมเอง (กับเค้กเสี้ยวหนึ่งที่ซื้อมาโดยไม่มีเทียนปัก บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ไม่มีใครในห้อง) |
| เดือนตุลาคม |
| เดือนนี้มีแต่เรื่องเรียนโหมมาใส่อย่างเดียวเลยหล่ะครับ แล้วก็มีสอบ วัดระดับภาษาอังกฤษ ผมก็สอบระดับสอง (ระดับเด็กปริญญาตรี) ก็ผ่าน (^w^) งานของสภานักเรียนยุ่งมากเลยครับ เรากำลังทำหนังสือรุ่นให้กับรุ่นพี่อยู่ครับ คงใช้เวลาทำนานแล้วรายละเอียดก็เยอะ แล้วก็สอบกลางภาคอีก อันดับตกอ่า ได้ที่สาม ครั้งนี้ (งุแง) จะพยายามใหม่น่ะครับผม |
| เดือนพฤศจิกายน |
| เดือนนี้มีการไปเที่ยวทัศนศึกษาของโรงเรียนผม เฉพาะเด็กม.ห้า น่ะครับ ปีนี้เราไปประเทศไต้หวั่นกัน q(^o^)ไปกันห้าวันครับ ถ่ายรูปมาด้วย แล้วผมก็ออกงานตัวแทนนักเรียน แลกเปลี่ยนกับนักเรียนไต้หวั่น สนุกมากๆเลยครับผม ผมมีรูปมาฝากด้วยหล่ะ |
| หลังจากกีฬา ก็มี Speech contest อีกแล้วครับ ผมก็ลงอีก ใช้เนื้อหาเดิมแข่ง ของจังหวัดเหมือนกันสำหรับเด็กมัธยมปลายญี่ปุ่น ชื่อหัวข้อว่า “ที่ฉันอยากจะบอก” น่ะครับ (อาจจะแปลแปลกๆ แต่คือการรวบๆ มุมมองของเด็กมัธยมปลายให้เรียงคำมาบอกสิ่งที่ตัวเองเจอให้คนอื่นได้รับฟังกัน) คนมาแข่งเยอะมากครับ ผมได้แค่รางวัลชมเชยกลับมาแต่อาจารย์ผมก็ยังยิ้มอยู่น่ะ (แม้ตอนผมกำลังพูดหน้าเวที อ.กำลังหลับก็เหอะ - -“ ) |
| เดือนธันวาคม |
| เดือนนี้เข้าเดือนก็สอบปลายภาคเลยครับ ใครจะตั้งตัวทันเพิ่งกลับมาจากเที่ยว อันดับตกไปอยู่ที่ เจ็ด เลยครับคราวนี้ ห้าห้า ขอโทษจริงๆค้าบบบ (แม่ผมชิวสุดแม้ลูกจะสอบตก แต่พ่อผมตอนบอกไปหูเกือบชา) ห้าห้า แล้วก็มีสอบระดับสองของ วิชาภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนต่างชาติครับ คิดว่าผ่านน่ะครับ ปีหน้าต้องคว้าระดับหนึ่งให้ได้ ย๊ากๆๆ สู้ตาย แล้วหลังจากสอบก็มีเรียนนิดๆหน่อยๆ แล้วก็มีแข่งกีฬาของโรงเรียนครับ ผมลงปิงปองไป เพราะไม่ยากเล่นบาส เด็กที่นี้รางใหญ่ ผมจึงเลือกเล่นกีฬาปลอยภัยดีกว่า ไม่ต้องถามหรอกครับ แน่นอน ผมตกรอบเหมือนกันปิงปอง แต่ว่าชนะครั้งหนึ่งน่ะ (แพ้แต่รอบแรกอายเค้าตาย ก๊ากๆ แต่ว่าไปแพ้รอบสองรุ่นน้องอ่ะดิอายกว่า >////<) หลังจากจบกีฬาไม่นาน ก็เริ่มปิดเทอมหล่ะครับ |
| เป็นไงครับชีวิตโลดโผนของซองมินถ้าเป็นไปได้น่ะครับผมอยากให้ครูจอมเนี่ยทำบล๊อกคอมเม้นในบอร์ดผมจะได้รู้ว่าเพื่อนๆนี้อยากให้ผมเล่าอะไรงั้นพบกันอีกสองปีหน้าที่ผมกลับเมืองไทยใหม่น่ะเพื่อนๆ |
| |
(update 28 ธันวาคม พ.ศ.2552) |
|
อาจารย์ที่กล่าวถึงบ่อยๆน่ารักมาก |
| |
|
เด็กนักเรียนห้องผมกับเด็กนักเรียนไต้หวั่นที่ไปแลกเปลี่ยน |
| |
(update 28 ธันวาคม พ.ศ.2552) |
| |
|
| |